วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 8 ข้อสอบปลายภาค



ข้อสอบปลายภาค กฎหมายและการประกันคุณภาพการศึกษา

ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อ

 1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี  กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
คำตอบ   สรุปความหมายของคำ ดังต่อไปนี้

            จรรยาบรรณ หมายถึง สิ่งที่ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกําหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้

            จริยธรรม หมายถึง คุณสมบัติทางความประพฤติ ที่สังคมมุ่งหวังให้คนในสังคมนั้นประพฤติ มีความถูกต้องในความประพฤติ มีเสรีภาพภายในขอบเขตของมโนธรรม (Conscience) เป็นหน้าที่ที่สมาชิกในสังคมพึงประพฤติปฏิบัติต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นในสังคม การที่จะปฏิบัติให้เป็นไปเช่นนั้นได้ ผู้ปฏิบัติจะต้องรู้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด
***  ค่านิยม หมายถึง ความโน้มเอียง หรือแนวทางที่คนจะประพฤติตนไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่ตัวเองได้พิจารณาไตร่ตรองแล้วว่า เป็นสิ่งที่ดีสำหรับตนหรือสังคมยอมรับนับถือและปฏิบัติตามแนวคิดนั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยก็ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ค่านิยมมีความหมายถึงแนวคิดเกี่ยวกับความดีงามในความประพฤติ โดยผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากความประพฤตินั้น ๆ ถ้าหากเป็นเพียงเจตคติ (Attitude) ความเชื่อ (Belief) ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นค่านิยมจนกว่าจะได้พิจารณาถึงผลที่จะตามมาจากความประพฤติหรือการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบและมีการปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ

 *** จารีตประเพณี หมายถึง  ระเบียบแบบแผนหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านานและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม ซึ่งแต่เดิมนั้นกฎหมายก็มีที่มาหรือได้รับแนวทางจากจารีตประเพณีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่จารีตประเพณีที่จะนำมาอุดช่องว่างของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
*** กฎหมาย หมายถึง กฎที่สถาบันหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ

           สำหรับความหมาย จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี  กฎหมาย มีความเหมือนกันในแง่ของเป็นสิ่งหรือเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้สังคมนั้นอยู่อย่างสงบสุข ซึ่งอาจจะเป็นการปฏิบัติที่สืบต่อกันมา หรือได้รับมาจากสังคมอื่นๆแต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นกรอบการประพฤติไปในแนวทางที่ดีงาม ปฏิบัติของคนในสังคม แต่จะขึ้นอยู่ว่าจะใช้กับกลุ่มคนในสังคมได้กว้างแค่ไหน อทิเช่น จรรยาบรรณแต่ละสาขาอาชีพก็ย่อมแต่แตกต่างกัน อยู่แล้วฉะนั้นแต่ละสาขาอาชีพต้องปฏิบัติตนต่างกัน แต่ถ้าเป็นกฎหมายทุกคนในสังคมต้องปฏิบัติตาม เป็นต้น

 
2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักกฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
คำตอบ  สังคมไทย ในสังคมปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กฎหมายเข้ามามีบทบาทต่อมนุษย์เป็นอย่างมากเพราะกฎหมายเป็นกรอบกำหนด หรือสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามป้องกันการกระทำผิดหรือการกระทำอันไม่ถูกต้อง เพราะคนในสังคมมีหลายแบบมากหน้าหลายตา หลายความคิดซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีคนเข้ามาอยู่รวมกันอาจเกิดความขัดแย้งกันในสังคม กฎหมายเป็นมาเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติตนและมีบทลงโทษกระทำผิด

             หากเราในสังคมในปัจจุบัน ไม่มีกฎหมายเข้ามาเป็นบทบังคับจะเกิดความวุ่นวายในสังคม คนในสังคมจะกระทำการใดๆตามใจตนเอง คนมีอำนาจก็จะทำทุกๆอย่างได้ตามใจตนเอง เกิดความเหลื่อมล้ำกันทางสังคม สังคมก็จะไม่สงบสุข เกิดความขัดแย้ง อาจจะนำไปสู่สงครามก็เป็นได้ ฉะนั้นกฎหมายในฐานนะเป็นข้อบังคับที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ควรมีสภาพเป็นข้อบังคับกับทุกคนในประเทศ ไม่ใช่ว่ามีช่องโหว่ให้กับคนรวยเหมือนข่างที่เกิดขึ้นในสังคม คนรวยชนคนตายไม่ผิดอะไรเลย

 
3. พระราชบัญญัติการการศึกษา มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
คำตอบ  พระราชบัญญัติการศึกษา ในหมวด 4 ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา  จะกล่าวถึงหลักการสำคัญของการจัดกระบวนการเรียนการสอน (มาตรา 22)  ซึ่งรวมถึงจุดมุ่งหมายและสาระเนื้อหาของหลักสูตร (มาตรา 23 และ 27)  กระบวนการจัดการ (มาตรา 24) และการประเมินผล (มาตรา 25)  องค์กรที่จัดทำหลักสูตร (มาตรา 26) และเงื่อนไขของความสำเร็จอื่นๆ

 มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้  และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด  กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ

 มาตรา 22 ไม่ได้กล่าวโดยตรงว่า ต้องยึดหลักนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน เพราะอาจจะสร้างปัญหาเชิงกฎหมายในการบังคับใช้  และการตีความ  นอกจากนั้นในปรัชญาการเรียนการสอนควรหลีกเลี่ยงแนวคิดแบบสุดโด่งที่แยกขั้วระหว่างการเรียนของนักเรียนและการสอนของครูมาตรา 22  จึงกล่าวอย่างเป็นกลางๆ ไว้โดย "ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด

มาตรา 23 การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย  ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้  คุณธรรม  กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้

 (1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง  และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก  รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทย และระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  รวมทั้งความรู้ความเข้าใจ และประสบการณ์เรื่องการจัดการ  การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน

(3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
(4) ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง

 (5) ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

มาตรา 23 กล่าวถึงเนื้อหาสาระหรือทิศทางของเนื้อหาสาระของหลักสูตรโดยทั่วไปแต่อาจจะเน้นมาทางหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานมากหน่อย  โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มการเรียนรู้เป็น 5 กลุ่ม ตามวรรคหนึ่งถึงวรรคห้าของมาตรา 23

มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

 (1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
(2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา

(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็นทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง

(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา

(5) ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้  รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ

(6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่  มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ

 มาตรา 24 กล่าวถึง กระบวนการเรียนรู้ที่จะต้องดำเนินการแนวทาง 6 ประการ หรือเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์และลักษณะของวิชา
มาตรา 25 รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน  พิพิธภัณฑ์  หอศิลป์  สวนสัตว์  สวนสาธารณะ  สวนพฤกษศาสตร์  อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ  แหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ

มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน  ความประพฤติ  การสังเกตพฤติกรรมการเรียน  การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา

มาตรา 27 ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย  ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ  การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ  ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
มาตรา 27 กำหนดผู้รับผิดชอบจัดทำหลักสูตรไว้เป็น 2 ระดับ  ระดับชาติให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลาง  ส่วนระดับท้องถิ่นให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำสาระหลักสูตรที่เกี่ยวกับท้องถิ่น

          การจัดทำหลักสูตรของสองส่วนนี้  เป็นการเสริมซึ่งกันและกัน  การสอนหลักวิชาตามหลักสูตรแกนกลางนั้นสามารถนำเอาเนื้อหาสาระของท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนประกอบได้เสมอ  ไม่ว่าจะเป็น วิชาประวัติศาสตร์ ที่มุ่งหมายให้นักเรียนเข้าใจประวัติความเป็นมาของชุมชนของตนเอง และของชาติ  หรือการสอนวิชาชีพก็จะสามารถนำข้อมูลอาชีพในท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบของการเรียนการสอน
มาตรา 28 หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสำหรับบุคคลตามมาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ต้องมีลักษณะหลากหลาย ทั้งนี้ ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาไ
         สาระของหลักสูตร ทั้งที่เป็นวิชาการ และวิชาชีพ ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงามและความรับผิดชอบต่อสังคม

มาตรา 29 ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล  ครอบครัว  ชุมชน  องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เอกชน  องค์กรเอกชน  องค์กรวิชาชีพ  สถาบันศาสนา สถานประกอบการ  และสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน  โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน  เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และรู้จัดเลือกสรรภูมิปัญหาและความต้องการรวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน
มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา

 
4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก  สาเหตุอย่างไร วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
คำตอบ    ปัจจุบันผู้นำกำลังเข้ามาปรับปรุงระบบการศึกษาในหลายด้าน เพราะเนื่องจากระบบการศึกษาต้องขึ้นอยู่เขตพื้นที่การศึกษา เปรียบเสมือนการกระจุกของอำนาจไว้ที่เดียวและเรื่องของความดูและเรื่องต่างๆของระบบการศึกษาเป็นไปไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ทั่วถึงและเกิดการทุจริตในเรื่องของการทำงานเป็นอย่างมากการศึกษาไทยเรียนมากแต่ผลสัมฤทธิ์ออกมาต่ำ นักเรียนไม่สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ทำงานบ้านไม่เป็น ใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ ได้ลงมาดูการศึกษาที่เป็นอยู่จริงและเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

            การที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดี แต่ก็ต้องเข้ามาดูระบบการศึกษาอย่างจริงจัง และก็ต้องค่อยๆปรับปรุงระบบการศึกษาไปทีละขั้น เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน พยายามเข้ามาปรับให้การศึกษา เรียนให้น้อยลง และกระจายอำนาจให้มากขึ้นจะได้ดูแลระบบการศึกษาได้อย่างทั่วถึงอีกทั้งพยายามเข้ามาจัดระบบการเรียนการสอน ให้นักเรียนเรียนรู้ให้มากขึ้น มีความรู้ในหลายด้านและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในสังคมได้

 
5. ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย

คำตอบ   เห็นด้วย เพราะ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึงให้สามารถดูแลระบบการศึกษาได้ เป็นการป้องกันการทุจริตเช่นในด้านของงบประมาณต่างๆของทางราชการ  การบริหารงานอื่นๆเป็นต้นแต่อาจมีช่องโหว่เช่นการบริหารงานที่อาจจะไม่ทั่วถึงเพราะศูนย์กลางของแต่ละจังหวัดมีเพียงแค่ที่เดียว
      
          ไม่เห็นด้วย ในการจัดทำโครงสร้างใหม่นี้มีการกระจายอำนาจให้กับทุกจังหวัด แต่ในสภาพที่เป็นจริง การบริหารงานของ กศจ. ที่จะต้องดูแลโรงเรียนในจังหวัดของตนเองนั้น ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ก็ย่อมส่งผลให้การบริหารงานไม่ทั่วถึง เปรียบเสมือนกับ ครูผู้สอนที่สอนในชั้นเรียนที่มีเด็ก 50 คน ก็ย่อมไม่สามารถสอนให้เด็กให้เข้าใจได้อย่างทั่วถึง ในอดีตในแต่ละจังหวัดมีเขตการพื้นที่ดูแล บางจังหวัด 4 เขตแต่ก็ยังไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง นี่ถ้าเป็น กศจ. มาดูแลแล้วแต่ละจังหวัดมีโรงเรียนจำนวนมาก ก็อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้


6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  วิชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้ ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
คำตอบ     เราจะไปนักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา วิชากฎหมายนี้ถือได้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนแนวทางในการปฏิบัติตัวเองในสถานศึกษา เป็นภูมิคุ้มกันตัวเองในการฝึกสอน ต้องรู้จักว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดไม่สามารถกระทำได้เพราะถ้าหราเราไปกระทำตัวผิด ตามกฎหมายอาจจะเกิดความเสียหายได้ในภายหลัง

 
7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร มีหลักการประกันอย่างไร ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร (ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
คำตอบ   การประกันคุณภาพมีความหมาย  หมายถึง การทำกิจกรรม หรือ การปฏิบัติภารกิจหลักอย่างมีระบบตามแบบแผนที่กำหนดไว้ โดยมีการควบคุมคุณภาพ (QUALITY CONTROL) การตรวจสอบคุณภาพ (QUALITY AUDITING) และการประเมิน คุณภาพ (QUALITTY ASSESSMENT) จนทำให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของดัชนี ชี้วัด ระบบและกระบวนการผลิต ผลผลิตและผลลัพธ์ ของการจัดการศึกษา ประกอบด้วยการ ประกันคุณภาพภายใน และการประกันคุณภาพภายนอก

 

หลักการของการประกันคุณภาพการศึกษา
1)      การสร้างความมั่นใจและสร้างความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
2)      การป้องกันปัญหา ต้องมีการวางแผนและเตรียมการ
3)      การตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
4)      การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
5)      การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
6)      การสร้างความรู้ ทักษะและความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
7)      การประสานสัมพันธ์ในองค์กร บุคลากรในพื้นที่
8)      การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร

การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
1)      ศึกษาและเตรียมการ
2)      วางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา
3)      ดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามแผน
4)      ตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
5. พัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
6. เตรียมการเพื่อรับการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา)

 
8.ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้

คำตอบ     การจัดการเรียนการสอน สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ คือ นำกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก มาประยุกต์ใช้ โดยไม่ไปฝ่าฝืนเด็กตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ เช่น ลงโทษเด็กจนเกินเหตุ ชู้สาว เป็นต้น
           นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัครนักเรียนเข้าสถานศึกษา โดยไปประสานกับผู้ปกครองให้รับทราบถึงกฎ ข้อระเบียบ เกณฑ์ ในการเข้ารับการศึกษาต่างๆ โดยทำความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง

            การดูแลนักเรียน ก็นำกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับของเด็กนักเรียน โดยจะให้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ และเท่าเทียมกันทุกคนให้เด็กนักเรียนได้พัฒนาตนเอง และสามารถช่วยเหลือนักเรียนได้

 
9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร

คำตอบ  การเรียนในวิชานี้มีประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นรายวิชาที่มีความสำคัญต่อนักศึกษา เป็นการศึกษาที่เกี่ยวการศึกษา ซึ่งจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับนักเรียนและตัวของครูผู้สอนเองเมื่อเรียนไปแล้วจะได้รู้จักการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในโรงเรียนได้อย่างเหมาะสม
         นักศึกษาไม่ได้เรียนในรายวิชาไปก่อนแล้วอาจจะทำให้ ไม่รู้จักการวางตนหรือการปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสม อาจจะเกิดการเข้าใจผิดในหน้าที่หรือบกพร่องต่อหน้าที่ได้ เพราะไม่ได้รู้ขอบเขตของการดำเนินการปฏิบัติงาน เช่น อาจจะลงโทษเด็กหนักไป เกินกว่ากฎหมายกำหนดการลงโทษ เป็นต้น ซึ่งย่อมส่งผลเสียต่อตัวผู้สอนเอง เพราะฉะนั้นในโรงเรียนจะมีข้อกฎหมายที่เข้ามามีบทบาทต่อครูและนักเรียน

       ตระหนักและควรระมัดระวังการกระทำ ต้องระลึกอยู่เสมอว่าเราอยู่ในฐานนะอะไรและต้องปฏิบัติตัวให้มีความเหมาะสมสถานะที่เราเป็นอยู่
    **** และสามารถนำความรู้ไปสอบรรจุครูผู้ช่วยได้ เพราะ เป็นความรู้ในการสอบ สาระกฎหมายสำหรับครู

 
10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเว็บบล็อกกับรายงานของนักศึกษา นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา

คำตอบ   การเรียนการศึกษาโดยเว็บบล้อกนั้น  (weblog) ในการนำมาใช้จัดการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่สะดวกในการเรียนการสอน เพราะเราสามารถศึกษาและค้นคว้าได้ทุกที่ ที่มีอินเตอร์เน็ต สะดวกในการทำงานส่ง ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสาร เป็นการจัดการศึกษาที่ถือว่าอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียนและผู้สอนได้อย่างเต็มที่ และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย ซึ่งในรายวิชานี้หากต้องใช้เอกสารในการประกอบการเรียนการสอนก็จะต้องมีเอกสารมากมาย หากใช้เงินในการถ่ายเอกสารก็จะเยอะพอสมควร ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เมื่อมีเว็บบล็อก (weblog) เราก็สามารถศึกษาเอสสารได้จากที่อาจารย์โพสใน เว็บบล็อก (weblog) ของอาจารย์ได้เลย อีกทั้งในการรายงานของนักศึกษาเองก็เป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นการยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเองจะทำให้เราจดจำเนื้อหาได้มากที่สุด มากกว่าการฟังบรรยาย ความรู้ก็จะอยู่ติดตัวของนักศึกได้นานเท่านาน
 
 
......................................................................................................................................................................................
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น